เครื่องหมายการค้า

การคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย

อนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้ ช่วยให้ท่านคุ้มครองเครื่องหมายการค้าของท่านในประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลกได้

ดังต่อไปนี้เป็นการตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับความคุ้มครองของเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย คำแนะนำของเราเกี่ยวกับการยื่นคำขอการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย สามารถดาวน์โหลดได้ ที่นี่ สำหรับคำแปลภาษาอังกฤษของพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าของประเทศไทย ดาวน์โหลดได้ ที่นี่

 

เครื่องหมายการค้า เครื่องหมายบริการ เครื่องหมายรับรอง และเครื่องหมายร่วม สามารถขอรับความคุ้มครองในประเทศไทยได้ภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2559

เครื่องหมายการค้าจะต้องมีลักษณะสามประการดังต่อไปนี้เพื่อได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทย อันได้แก่ เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่ขัดต่อกฎหมาย และมีลักษณะอันพึงรับจดทะเบียนได้ (เช่น ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว)

ลักษณะบ่งเฉพาะ

เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า เครื่องหมายซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ ให้ถือว่ามีความบ่งเฉพาะในประเทศไทย:

เครื่องหมายการค้าที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน อาจถือว่ามีลักษณะบ่งเฉพาะได้ แม้ไม่ได้เป็นไปตามข้อกำหนดทั้งสามดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อให้เครื่องหมายการค้าสามารถมีลักษณะบ่งเฉพาะโดยการใช้ ผู้ขอจดทะเบียนจำต้อง

แสดงหลักฐานการใช้เครื่องหมายการค้า อาทิ สำเนาการโฆษณา ใบแจ้งหนี้ แค็ตตาล็อกสินค้า ฯลฯ

เครื่องหมายการค้าในบางกรณี ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามหลักความบ่งเฉพาะ แต่ผู้ขอสามารถยื่นขอแสดงเจตนาไม่ขอถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวสำหรับภาคส่วนที่ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะในเครื่องหมายการค้านั้นได้ โดยทั่วไปภาคส่วนที่จำต้องไม่ขอถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวนั้นมักจะเป็นคำสามัญ หรือคำเชิงพรรณนา เเช่นคำว่า “บริษัท” และชื่อทางภูมิศาสตร์ เช่น “กรุงเทพฯ” เป็นต้น

ในส่วนของการวางแผนกลยุทธ์ทางทรัพย์สินทางปัญญาของอนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้นั้นรวมไปถึงการให้ คำปรึกษาก่อนจดทะเบียนเกี่ยวกับลักษณะการจดทะเบียนได้ของเครื่องหมาย และคำปรึกษาเพื่อให้เครื่องหมายการค้าสามารถบรรลุข้อกำหนดความบ่งเฉพาะได้ 

ไม่ขัดต่อกฎหมาย

อาจมีกรณีที่เครื่องหมายการค้ามีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า และระเบียบข้อบังคับของกระทรวง อันได้แก่

  • เครื่องหมายการค้าใดๆ ที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศีลธรรมอันดี และนโยบายสาธารณะ
  • เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลายตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หรือคล้ายคลึงจนทำให้เกิดความสับสนต่อสาธารณะเกี่ยวกับผู้ผลิตหรือแหล่งกำเนิดของสินค้า
  • สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ซึ่งได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์
  • ธงชาติของประเทศไทย ธงประจำราชวงศ์ หรือธงทางราชการ ตราสัญลักษณ์ประจำชาติและธงของรัฐต่างชาติ หรือองค์กรระหว่างประเทศ
  • เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกับเหรียญ ใบสำคัญ หนังสือรับรอง ประกาศนียบัตรหรือเครื่องหมายอื่นใด อันให้เป็นรางวัลในการแสดงหรือประกวดสินค้าที่รัฐบาลไทย ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย รัฐบาลต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศได้จัดให้มีขึ้น เว้นแต่ผู้ขอจดทะเบียนจะได้รับเหรียญ ใบสำคัญ หนังสือรับรอง ประกาศนียบัตร หรือเครื่องหมายเช่นว่านั้นเป็นรางวัลสำหรับสินค้านั้น และใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องหมายการค้านั้น
  • ตราประจำรัฐ หรือตราพระราชลัญจกร ตราราชการ ตราจักรี ตราสัญลักษณ์ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ในพระบรมราชโองการ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตราสำนักงาน ตราประจำกระทรวง ทบวง กรม หรือจังหวัด และ
  • นามาภิไธย พระปรมาภิไธยย่อ หรือตัวย่อย่อของนามาภิไธยหรือพระปรมาภิไธยย่อ คำแสดงถึงพระมหากษัตริย์, พระราชินี หรือ รัชทายาท หรือบัลลังก์ ชื่อ คำ วลี หรือตราที่สื่อถึงพระมหากษัตริย์ พระราชินี หรือ รัชทายาท หรือสมาชิกในราชวงศ์

อนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้ บริการให้คำปรึกษาก่อนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีลักษณะอันขัดต่อกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน

ลักษณะอันพึงรับจดทะเบียน: ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าอื่น

กฎหมายได้วางหลักไว้เกี่ยวกับการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วของบุคคลอื่น ซึ่งแม้ว่าความเหมือนจะสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย แต่การพิจารณาความความคล้ายคลึงนั้นตรวจสอบได้ยาก และมีความละเอียดอ่อนและซับซ้อนในรายละเอียดมากกว่า

แม้ว่าผลลัพธ์การจะได้รับจดทะเบียนหรือไม่นั้นจะเป็นดุลยพินิจของผู้ตรวจสอบ เจ้าของเครื่องหมายการค้าก็สามารถหลีกเลี่ยงความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้โดยการสืบค้นฐานข้อมูลการจดทะเบียนว่าเครื่องหมายการค้าดังกล่าวนั้นมีความเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วหรือไม่

การสืบค้นความเหมือนและความคล้าย (รวมถึงการถอดเสียงเครื่องหมายการค้าเป็นภาษาไทย) หรือการสืบค้นรูปประดิษฐ์ (โลโก้) สามารถดำเนินการก่อนการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า การตรวจสอบว่าเครื่องหมายการค้าที่จะยื่นขอจดมีความเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าหรือไม่นั้น ย่อมต้องพิจารณารายการสินค้าหรือบริการที่ได้ขอยื่นจดทะเบียนเป็นสำคัญ เช่น เครื่องหมายการค้าที่ยื่นจดทะเบียนกับอาหารและเครื่องดื่มซึ่งเป็นสินค้า จะไม่มีความเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายบริการจัดเลี้ยง เป็นต้น

ทางเรายังแนะนำให้ตรวจสอบคำแปลและคำแปลทับศัพท์ของเครื่องหมายการค้าด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงซึ่งก่อให้เกิดความสับสน หรือความคล้ายคลึงกันระหว่างเครื่องหมายการค้า

การสืบค้นความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าและการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้านั้น เป็นบริการของเราที่อนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้ [ซึ่งรวมถึงการวางแผนกลยุทธ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญาด้วย]

ระเบียบการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยนั้นเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับระเบียบในการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกำหนดเฉพาะบางประการเกี่ยวกับจำพวกของสินค้าและบริการ รวมถึงหลักในการคำนวณค่าธรรมเนียมซึ่งต้องชำระต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา

เอกสารที่ต้องใช้

เอกสารและข้อมูลที่ต้องใช้สำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย มีดังต่อไปนี้:

  • ชื่อเต็ม ที่อยู่ ประเทศ และกิจการ/อาชีพของผู้ขอจดทะเบียน
  • ตัวอย่างเครื่องหมายการค้าในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ขนาดที่แนะนำ 5×5 ซม.)
  • รายการสินค้าและบริการที่ขอรับความคุ้มครอง
  • หนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค (สำหรับผู้ขอจดทะเบียนชาวต่างชาติ)
  • หนังสือมอบอำนาจภาษาไทย และสำเนาหนังสือสำคัญรับรองสถานะบริษัท หรือบัตรประชาชน (สำหรับผู้ขอจดทะเบียนชาวไทยเท่านั้น)
  • คำแปลของเอกสารการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ (ในกรณีที่ประสงค์จะขอให้ถือว่าวันที่ยื่นคำขอนอกราชอาณาจักรเป็นวันยื่นคำขอในราชอาณาจักร)

โดยปกติแล้ว อนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้ สามารถเตรียมเอกสารที่ต้องใช้ทั้งหมดเพื่อให้พร้อมยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใน 48 ชั่วโมง หากมีเอกสารที่ต้องใช้บางส่วนไม่สมบูรณ์ขณะที่ยื่น ทางเราสามารถยื่นคำขอเพื่อยื่นเอกสารภายหลังได้

จำพวกของสินค้าและบริการ

ประเทศไทยดำเนินการตามขอบข่ายทั่วไปสำหรับจำพวกสินค้าและบริการสำหรับเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (การจัดจำพวกสินค้าและบริการแบบนีซ) อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อกำหนดเฉพาะสำหรับประเทศไทยดังต่อไปนี้

  • ประเทศไทยไม่อนุญาตให้มีการระบุประเภทผลิตภัณฑ์และบริการที่มีความหมายกว้าง เช่น “เสื้อผ้า” หรือ “เครื่องสำอาง” นั้น เป็นรายการสินค้าที่ไม่สามารถรับจดทะเบียนได้ ซึ่งจำต้องระบุรายละเอียดให้ชัดเจนกว่านี้ เช่น “กางเกงขายาว” “เสื้อเชิ้ต” หรือ “เสื้อยืด” ซึ่งเป็นไปตามรายการสินค้าและบริการที่จดทะเบียนได้สำหรับประเทศไทย คำสั่งปฏิเสธจากนายทะเบียนเกี่ยวกับสินค้าและบริการในประเทศไทยเป็นเรื่องที่พบเจอได้เป็นปกติ ซึ่งการวิเคราะห์และตระหนักถึงเหตุในการปฏิเสธก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนย่อมเป็นทางที่ดีที่สุดที่จะสามารถหลีกเลี่ยงคำสั่งปฏิเสธจากนายทะเบียน ซึ่งจะเป็นการทำให้ขั้นตอนการดำเนินการยุ่งยากมากขึ้นและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นบางชนิด (เช่น ชนิดอาหารที่เป็นเอกลักษณ์) ได้มีการเพิ่มเข้าไปในรายการสินค้าที่จดทะเบียนได้สำหรับประเทศไทยแล้ว

อนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้ สามารถตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับรายการสินค้าและบริการก่อนยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการการค้าให้กับท่านได้

ค่าธรรมเนียมสำหรับหน่วยงานราชการ

ประเทศไทยได้มีการกำหนดจำนวนรายการสินค้าและบริการที่ขอรับความคุ้มครองสูงสุดที่สามารถยื่นขอจดทะเบียนได้ และราคาของค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่าย โดยการกรอกแบบฟอร์มเพื่อยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต้องมีการระบุเป็นแต่ละจำพวกสินค้าและบริการที่ขอรับความคุ้มครอง

ค่าธรรมเนียม (สำหรับหน่วยงานราชการ) ที่ต้องชำระต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญานั้น มีการคำนวณเป็นอัตราต่อสินค้าและบริการที่ระบุไว้ในรายการคำขอจดทะเบียน ดังนั้นค่าใช้จ่ายสำหรับการยื่นและการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย จึงแตกต่างไปตามสัดส่วนต่อรายการของสินค้าและบริการที่ขอรับความคุ้มครอง

การสืบค้นเครื่องหมายการค้า

การสืบค้นฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้านั้นเป็นขั้นตอนที่ทาเราแนะนำให้ดำเนินการอย่างยิ่ง ก่อนที่จะมีการยื่นคำขอจดทะเบียนในประเทศไทย เนื่องจากระยะเวลาในการตรวจสอบคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นเวลายาวนานถึง 9 เดือน ดังนั้น การตระหนักว่าเครื่องหมายการค้าจะได้รับจดทะเบียนได้หรือไม่ (โดยการสืบค้นฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าเพื่อค้นหาเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้าย) จะสามารถทำให้ผู้ขอจดทะเบียนคะเนถึงโอกาสในการได้รับจดทะเบียนของเครื่องหมายการค้าของตนเองได้ก่อนที่จะยื่นจดทะเบียนจริง

การสืบค้นความเหมือนและความคล้าย (รวมถึงการถอดเสียงเครื่องหมายการค้าเป็นภาษาไทย) หรือการสืบค้นรูปประดิษฐ์ (โลโก้) สามารถดำเนินการก่อนการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ในส่วนนี้ ทางเราแนะนำให้มีการตรวจสอบคำอ่านและคำแปลของเครื่องหมายการค้าก่อนยื่นจดทะเบียนเพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนหลงผิดหรือประเด็นความเหมือนคล้าย

อนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้ สามารถสืบค้นฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าให้กับท่านได้ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง

การถือสิทธิย้อนหลัง

ประเทศไทยเป็นสมาชิกขององค์กรการค้าโลก (World Trade Organization) และเป็นผู้ลงนามในอนุสัญญากรุงปารีส ดังนั้นจึงสามารถขอให้ถือวันที่ยื่นคำขอนอกราชอาณาจักรเป็นวันยื่นคำขอในราชอาณาจักร (หากได้มีการยื่นขอจดทะเบียนไว้นอกราชอาณาจักรไม่เกิน 6 เดือน) ซึ่งเป็นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยื่นไว้ในประเทศอื่นที่ลงนามเป็นสมาชิกขององค์กรการค้าโลก หรืออนุสัญญาปารีส

การแต่งตั้งตัวแทนเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

ผู้ขอจดทะเบียนการค้าหรือตัวแทนต้องมีแหล่งพำนักหรือสำนักงานในประเทศไทย หากผู้ขอจดทะเบียนมีภูมิลำเนาอยู่ภายนอกประเทศไทย ผู้ขอจดทะเบียนต้องแต่งตั้งตัวแทนในประเทศไทยและมีหนังสือมอบอำนาจที่รับรองโดยโนตารีพับลิค

ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกผู้ลงนามในพิธีสารมาดริด ดังนั้นประเทศไทยจึงจัดเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (ระบบมาดริด) หรือ อาจสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศได้ (ผ่านการตั้งตัวแทนในประเทศไทย)

ระยะเวลาโดยประมาณสำหรับเครื่องหมายการค้าจนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการจดทะเบียนในประเทศไทยคือประมาณ 9-18 เดือน โดยประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอนหลักๆ ในการดำเนินการ อันได้แก่ ขั้นตอนการยื่นคำขอจดทะเบียน ขั้นตอนการตรวจสอบ ขั้นตอนการประกาศโฆษณา และขั้นตอนการรับจดทะเบียน

หลังจากที่ได้เตรียมแบบฟอร์มยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าพร้อมเอกสารประกอบต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว คำขอจดทะเบียนจะได้รับการบันทึกเลขที่คำขอ ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบโดยนายทะเบียนต่อไป หากเอกสารประกอบคำขอ (เช่น หนังสือมอบอำนาจ หรือ หนังสือรับรองสถานะบริษัท) หรือข้อมูลอื่นใดไม่ได้มีการยื่นไว้ในขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียน อาจมีการร้องขอเพื่อยื่นภายหลังได้  อย่างไรก็ตาม ในขั้นตอนการยื่นขอจดทะเบียนนั้น จะมีการยื่นโดยไม่มีรูปเครื่องหมายการค้า จำพวก และรายการสินค้า/บริการไม่ได้ ทั้งนี้ นายทะเบียนเครื่องหมาการค้าจะไม่เริ่มตรวจสอบคำขอจนกว่าจะได้รับเอกสารประกอบและข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดครบถ้วน ดังนั้น หากมิได้มีความจำเป็นเร่งด่วนในการยื่นจดทะเบียน การยื่นเอกสารประกอบที่ครบถ้วนจะเป็นการเหมาะสมที่สุดเนื่องจากการยื่นเอกสารที่ล่าช้าอาจส่งผลให้ระยะเวลาในการตรวจสอบของนายทะเบียนเพื่อรับจดทะเบียนนั้น เนิ่นช้าตามไปด้วย

หลังจากที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้แล้ว (พร้อมกับเอกสารประกอบทั้งหมดและค่าธรรมเนียมครบถ้วน) นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะทำการตรวจสอบว่าคำขอที่ได้ยื่นไว้เป็นไปตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ว่าด้วยความมีลักษณะบ่งเฉพาะ ไม่ขัดต่อกฎหมาย และได้รับจดทะเบียน) หรือไม่ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 9 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอ

หากนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือประสงค์จะให้ผู้ขอแก้ไขเพิ่มเติมในคำขอที่ได้ยื่นไว้ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะออกหนังสือเพื่อติดต่อผู้ขอ ซึ่งอาจเป็นในรูปแบบของจดหมายแจ้งเตือนการปฏิเสธพร้อมเหตุผลที่ปฏิเสธ หากนายทะเบียนเครื่องหมายการค้ามิได้ออกคำสั่งปฏิเสธหรือต้องการให้แก้ไขเพิ่มเติม คำขอจะเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศโฆษณาต่อไป

การประกาศโฆษณาเครื่องหมายการค้าในหน้าประกาศของกรมทรัพย์สินทางปัญญามีระยะเวลา 60 วัน ซึ่งในระหว่างช่วงระยะเวลาดังกล่าวบุคคลที่สามสามารถยื่นคัดค้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้โดยการยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้า

หากไม่ปรากฏว่ามีการคัดค้านภายในระยะเวลา 60 วัน นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะดำเนินคำขอให้ต่อไปยังขั้นตอนการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

หากมีการยื่นคัดค้าน ผู้ขอจดทะเบียนจำต้องยื่นคำโต้แย้งต่อนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายในระยะเวลา 60 วันนับแต่ได้รับสำเนาการคัดค้าน หากมิได้มีการยื่นคำโต้แย้งภายใน 60 วันอาจถือได้ว่าเป็นการเพิกถอนเครื่องหมายการค้า

เมื่อมีการยื่นคำโต้แย้งแล้ว นายทะเบียนจะพิจารณาคำคัดค้าน และแจ้งคำตัดสินต่อผู้ขอและผู้คัดค้านต่อไป โดยในขั้นตอนนี้ คำตัดสินของนายทะเบียนอาจเป็นการรับจดทะเบียนหรือปฏิเสธการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นๆ เนื่องจากเหตุแห่งการคัดค้าน โดยคู่กรณีที่ไม่พอใจกับผลการตัดสินสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า และจากนั้นยังสามารถอุทธรณ์ผลการตัดสินของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้เช่นกัน

หลังจากครบกำหนดระยะเวลาการประกาศโฆษณา 60 วันแล้ว หรือการโต้แย้งการคัดค้านของผู้ขอจดทะเบียนผ่านไปได้ด้วยดี นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะออกหนังสือเรียกให้ผู้ขอจดทะเบียนชำระค่ารับจดทะเบียน โดยผู้ขอจดทะเบียนต้องชำระค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนภายใน 60 วัน และเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนจะมีอายุความคุ้มครองสิบปีนับแต่วันที่ยื่นขอจดทะเบียน (หรือนับแต่วันยื่นขอจดทะเบียนที่ต่างประเทศ กรณีที่ได้มีการยื่นขอใช้สิทธิย้อนหลังวันจดทะเบียน) และสามารถต่ออายุความคุ้มครองครั้งละ 10 ปี

เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วสามารถต่ออายุได้ภายใน 90 วันก่อนวันสิ้นอายุในปีที่ 10 หากไม่ได้มีการต่ออายุการจดทะเบียนภายในเวลาที่กำหนด เครื่องหมายการค้าจะหมดอายุความคุ้มครอง ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมในการต่ออายุแต่ละสินค้า/บริการต้องมีการชำระไว้ด้วยในขั้นตอนการยื่นต่ออายุ

นายทะเบียนอาจออกคำสั่งเป็นฉบับหรือหลายฉบับซึ่งระบุเหตุในการปฏิเสธคำขอจดทะเบียน อาจเพราะไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ ความเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย หรือเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนไว้แล้ว หรือด้วยเหตุขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อกฎหมายด้วยเหตุอื่น ซึ่งผู้ขอจดทะเบียนอาจสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพื่อโต้แย้งคำสั่งของนายทะเบียนได้ หรือผู้ขอจดทะเบียนอาจยื่นโต้แย้งคำสั่งนายทะเบียนต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้เช่นเดียวกัน

นายทะเบียนยังสามารถเรียกให้ผู้ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าด้วย โดยอาจเป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการสินค้า /บริการ การแสดงเจตนาไม่ขอถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียว ความหมายของเครื่องหมายการค้า หรือหลักฐานแสดงความบ่งเฉพาะโดยการใช้ของเครื่องหมายการค้า ซึ่งหากเป็นไปได้และเหมาะสม ผู้ขอจดทะเบียนอาจแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่นายทะเบียนสั่งได้ หรือจะโต้แย้งคำสั่งให้แก้ไขดังกล่าวของนายทะเบียนได้เช่นเดียวกัน โดยอาจชี้แจงกับนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยตรง หรืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าตามที่เห็นสมควร

หลังจากที่ยื่นแก้ไขเปลี่ยนแปลงแล้ว นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะตรวจสอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงที่ได้ยื่นไว้ และหากไม่มีข้อบกพร่องอื่น นายทะเบียนจะนำคำขอเข้าสู่ขั้นตอนการประกาศโฆษณาคำขอจดทะเบียนดังกล่าวต่อไป

การคัดค้าน

กระบวนการคัดค้านจะสามารถดำเนินการได้ในขั้นตอนระหว่างการพิจารณาเครื่องหมายการค้าเท่านั้น (กล่าวคือ เป็นเครื่องหมายการค้าที่เข้าสู่ขั้นตอนการประกาศโฆษณาแล้วแต่ยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการรับจดทะเบียน) หลังจากที่ได้มีการประกาศโฆษณาเครื่องหมายการค้าบนหน้าประกาศเครื่องหมายการค้าแล้ว อาจมีการคัดค้านโดยบุคคลอื่นซึ่งเห็นว่าตนมีสิทธิดีกว่าในเครื่องหมายการค้านั้น หรืออ้างความไม่ชอบด้วยกฎหมายของเครื่องหมายการค้านั้นตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า เช่น ประเด็นเรื่องการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี เป็นต้น โดยคำคัดค้านต้องยื่นภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศโฆษณาเครื่องหมายการค้าลงบนหน้าประกาศและจำต้องระบุประเด็นในการคัดค้านให้ชัดเจน

เมื่อบุคคลใดได้ยื่นคัดค้านไว้แล้ว นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือนในการตรวจคำคัดค้านก่อนที่จะแจ้งให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าทราบ และเจ้าของเครื่องหมายการค้าต้องยื่นคำโต้แย้งคำคัดค้านภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำคัดค้าน

การเพิกถอนเครื่องหมายการค้า

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าอนุญาตให้มีการยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้าภายหลังจากที่ได้รับจดทะเบียนแล้วในสองลักษณะที่แตกต่างกัน อันได้แก่ การยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า (ซึ่งอ้างเหตุที่ว่าการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นไม่ถูกต้อง หรือเครื่องหมายการค้านั้นไม่ได้มีการใช้จริง) และการยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้าต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

ชั้นคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

การยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ซึ่งบุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือนายทะเบียนอาจยื่นคำขอเพิกถอนต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเพื่อให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้านี้ออกจากสารระบบได้ หากปรากฏว่า ณ เวลาที่เครื่องหมายการค้านี้ได้รับจดทะเบียนนั้น เครื่องหมายการค้าที่ยื่นจดทะเบียนมีลักษณะ:

  • ไม่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
  • ประกอบด้วยหรือมีลักษณะอันต้องห้ามตามกฎหมาย
  • เหมือนกับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนแล้วโดยบุคคลอื่น และมีรายการสินค้าจำพวกเดียวกันหรืออยู่ในต่างจำพวกแต่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
  • คล้ายกับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนแล้วโดยบุคคลอื่น ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนหลงผิดในความเป็นเจ้าของหรือต้นกำเนิดของสินค้า และมีรายการสินค้าจำพวกเดียวกันหรืออยู่ในต่างจำพวกแต่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
  • เครื่องหมายการค้าไม่ได้มีการใช้จริง (รายละเอียดดังต่อไปนี้)

หากมีบุคคลใดมีความเห็นว่าเครื่องหมายการค้าขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี หรือนโยบายสาธารณะ ผู้นั้นอาจยื่นคำขอเพิกถอนเครื่องหมายการค้าต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าได้ ผู้ยื่นคำขอเพิกถอนสามารถอุทธรณ์คำขอเพิกถอนของตนต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศได้ภายใน 90 วันนับแต่ได้รับคำตัดสินอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า

ชั้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

สามารถเริ่มกระบวนการเพิกถอนเครื่องหมายการค้าทางศาลได้โดยการยื่นเป็นคำฟ้องร้องต่อศาลในกรณีดังต่อไปนี้:

  • 5 ปีนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งให้ได้รับจดทะเบียนจากนายทะเบียน และบุคคลผู้มีส่วนได้เสียนั้นมีสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นดีกว่าเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน
  • พิสูจน์ว่าเครื่องหมายการค้านั้นกลายเป็นสิ่งสามัญในทางการค้าสำหรับจำพวกสินค้าหรือบริการ ดังนั้น เครื่องหมายการค้าดังกล่าวจึงสูญเสียคุณค่าในตนเองและกลายเป็นสิ่งสามัญในทางการค้าในมุมมองของสาธารณชน

ประเทศไทยไม่ได้มีการวางระเบียบไว้ให้มีการส่งหลักฐานแสดงการใช้จริงของเครื่องหมายการค้าเพื่อคงความคุ้มครองของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าเครื่องหมายการค้าอาจถูกเพิกถอนออกจากสารระบบได้หาก:

  • มีการพิสูจน์ว่า ณ เวลาที่ได้รับจดทะเบียน เจ้าของเครื่องหมายการค้าไม่ได้มีเจตนาที่จะใช้เครื่องหมายการค้าโดยสุจริตสำหรับรายการสินค้า/บริการที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือ
  • ไม่ได้มีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตกับสินค้า/บริการหลังจากที่เครื่องหมายการค้าได้รับจดทะเบียน หรือ
  • ในช่วงระยะเวลา 3 ปีก่อนที่จะได้มีการยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้านั้น ไม่ได้มีการใช้เครื่องหมายการค้านั้นโดยสุจริตกับสินค้า/บริการหลังจากที่เครื่องหมายการค้าได้รับจดทะเบียน

การอนุญาตให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้าอันเกิดจากเหตุไม่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นพบเห็นได้ยาก โดยการยื่นเพิกถอนเครื่องหมายการค้านั้นมักไม่สำเร็จหากเจ้าของเครื่องหมายการค้าพิสูจน์ได้ว่าการไม่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นเกิดจากพฤติการณ์พิเศษในทางการค้า และความจริงแล้วไม่ได้มีเจตนาที่จะละทิ้งการใช้เครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนนั้นในทางข้อเท็จจริง

การละเมิดเครื่องหมายการค้านั้นพบได้น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญในหลายปีที่ผ่านมา สถิติของประเทศไทยไม่ได้มีการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังการละเมิดในการจัดอันดับ “The United States Special 301 Watch List” อีกต่อไป และกฎหมายที่ได้มีปรับปรุงใหม่นั้นทำให้การบังคับใช้เครื่องหมายการค้าทางออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในปีพ.ศ. 2540 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศาลชำนัญพิเศษ ได้มีการจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือเจ้าของเครื่องหมายการค้าผู้ประสบปัญหาการละเมิดสิทธิ ทุกวันนี้ศาลได้มีการพิจารณาชี้ขาดคดีละเมิดเครื่องหมายการค้าไปแล้วกว่า 2,000 คดีต่อปี

ทั้งเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนนั้นสามารถบังคับใช้ในประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม เครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนนั้นเอื้อให้การบังคับใช้มีความรวดเร็วและง่ายขึ้น รวมถึงสามารถลดค่าใช้จ่ายในขั้นตอนการพิสูจน์เพื่อการบังคับใช้ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ายังสามารถทำให้หยุดยั้งผู้อื่นจากการทำละเมิดได้ง่ายขึ้น

เครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียน

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นยังสามารถดำเนินการทางแพ่งและทางอาญาได้ การดำเนินการทางแพ่งนั้นเป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยโจทก์ยังสามารถยร้องขอรับความคุ้มครองชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้นโดยบุคคลที่พยายามลวงขายสินค้าที่ใช้กับเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนนั้นได้

การดำเนินการทางอาญานั้นเป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญา อย่างไรก็ตาม คดีส่วนใหญ่มักปรากฏผลลัพธ์เป็นค่าปรับเล็กน้อยสำหรับสินค้าที่ลวงขาย และอาจไม่ใช่หนทางในการบังคับใช้สิทธิที่มีประสิทธิภาพมากนัก เว้นแต่จะปรากฏการละเมิดและเจตนาทุจริตชัดเจนซึ่งพิสูจน์ให้ศาลเห็นได้

เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว

เจ้าของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนนั้นสามารถบังคับใช้สิทธิของตนได้ทั้งในทางช่องทางการจดทะเบียนและทางกฎหมาย โดยช่องทางการจดทะเบียนนั้นได้แก่ การยื่นคัดค้าน การยื่นเพิกถอน และการใช้สิทธิโต้แย้งอื่นตามที่ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาอนุญาต โดยผู้มีส่วนได้เสียหรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถใช้สิทธิโต้แย้งและสามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกับผู้ละเมิดได้ และแม้ว่าการเจรจาต่อรองนั้นจะเป็นทางเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่โจทก์มักบังคับใช้ทางอาญาเพราะเป็นหนทางที่มีประสิทธิภาพมากกว่า

การดำเนินการทางกฎหมายนั้นประกอบไปด้วยการดำเนินการทางแพ่งและการดำเนินการทางอาญา

การดำเนินการทางอาญาเป็นหนทางหลักซึ่งใช้ในการบังคับใช้สิทธิเพื่อกำจัดการละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย เพราะเป็นหนทางที่ประหยัดค่าใช้จ่าย รวดเร็ว และได้รับค่าเสียหายชดเชยจริง การดำเนินการทางอาญานั้นประกอบด้วยขั้นตอนการร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจ ซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจจะส่งเรื่องไปยังศาลเพื่อออกหมายค้น จากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจึงจะสามารถออกตรวจพื้นที่จริงเพื่อเก็บหลักฐานอันเกี่ยวกับการละเมิดและออกหมายจับผู้ละเมิดต่อไป

ปัจจุบันมีหน่วยงานส่วนบังคับใช้กฎหมายในประเทศไทยดังต่อไปนี้

  • กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งก่อตั้งในเดือนตุลาคม ปีพ.ศ. 2545
  • แผนกสืบสวนคดีเศรษฐกิจ หน่วยตำรวจพิเศษซึ่งปัจจุบันเจ้าของเครื่องหมายการค้าให้ความสนใจ
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
  • สำนักงานตำรวจภูธร
  • สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เมื่อได้มีการลงพื้นที่เพื่อค้นแล้ว คดีจะถูกส่งต่อไปยังพนักงานอัยการประจำศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งจะได้มีการฟ้องเป็นคดีอาญาและมีคำตัดสินภายใน 1 ปีนับแต่ที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้อง โดยคำตัดสินของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศสามารถอุทธรณ์หรือฎีกาต่อศาลฎีกาต่อไปได้

พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าได้มีการกำหนดอัตราค่าปรับสูงสุดสำหรับกรณีการละเมิดเครื่องหมายการค้า (จำคุกไม่เกิน 4  ปีและ/หรือ ปรับไม่เกิน 400,000 บาท) โดยค่าปรับสูงสุดสำหรับการเลียนเครื่องหมายการค้าคือ จำคุกไม่เกิน 2 ปี และ/หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท

เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วยังสามารถฟ้องเป็นคดีแพ่งต่อศาลได้โดยอ้างถึงหลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม การฟ้องคดีแพ่งในกรณีการละเมิดเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยนั้นพบเห็นได้ยาก เนื่องจากต้องการภาระการพิสูจน์ที่หนักหน่วงและยากที่จะชนะคดีได้ โดยในแง่ของการวางกลยุทธ์นั้น การฟ้องคดีแพ่งอาจเป็นเพียงมาตรการเยียวยาเบื้องต้น เช่น ในบางกรณีเจ้าของเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนสามารถยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อศาลเพื่อให้มีการขอรับความคุ้มครองชั่วคราว และเพื่อเก็บรวบรวมหลักฐานในการละเมิดเครื่องหมายการค้า

มาตรการ ณ จุดผ่านแดน

มาตรการกักสินค้า ณ จุดผ่านแดน เป็นมาตรการที่สามารถป้องกันกรณีสินค้าที่ปลอมเครื่องหมายการค้า หรือในแง่ของการนำเข้าและส่งออกสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ได้ (รวมถึงสินค้าที่หยุดชั่วคราวเพื่อเปลี่ยนเส้นทางภายใต้เงื่อนไขบางประการ)

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า พระราชบัญญัติศุลกากรนั้นเอื้อให้มีการตรวจสอบสินค้าที่ละเมิดสิทธิบัตรของผู้อื่นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม เจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนของเจ้าของในประเทศไทย สามารถยื่นคำขอไปยังฝ่ายศุลกากรเพื่อให้มีการกักหรือหยุดการถ่ายเทสินค้าของผู้ละเมิด หรือสำหรับสินค้าที่สงสัยว่าจะละเมิดไว้ก่อนได้ โดยในการกักสินค้านั้น เจ้าของเครื่องหมายการค้าต้องยืนยันการกักสินค้าที่ละเมิดภายใน 24 ชั่วโมง

ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจมีการกักสินค้าแล้วตามหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังมิได้มีหลักการเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องระหว่างเครื่องหมายการค้าและศุลกากรบัญญัติไว้ชัดเจน เจ้าของเครื่องหมายการค้าจำต้องมีการแจ้งชื่อและที่อยู่ของตัวแทนในประเทศไทยไว้เพื่อให้ติดต่อได้ในกรณีที่ต้องมีการตรวจสอบสินค้าที่น่าสงสัย ทั้งนี้ ศุลกากรไทยจะมีการเรียกให้ชำระค่าปรับโดยคำนวณจากราคาในตลาดของสินค้าปลอมหรือที่ปรากฏเครื่องหมายการค้าที่ปลอมนั้น

ทีมงานทนายความของเราสามารถช่วยเหลือท่านเจ้าของแบรนด์ในการติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรเพื่อให้เฝ้าระวังสินค้าปลอมได้ โดยทีมงานของอนันต์ดา อินเทลเลคชวล พร็อพเพอร์ตี้ นั้นเป็นทีมที่มีประสบการณ์ในการช่วยเหลือเพื่อให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าบังคับใช้สิทธิได้อย่างเต็มที่

ท่านสามารถเยี่ยมชมหน้าเว็บไซต์ของเราเกี่ยวกับ การสืบสวนทางทรัพย์สินทางปัญญา และ การฟ้องร้อง/ดำเนินคดีทางทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม

คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยอาจคำสั่งให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า หรือคำสั่งศาล หรือผู้ขอจดทะเบียนอาจยื่นเรื่องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองในบางกรณี

ตัวอย่างเช่น ผู้ขอจดทะเบียนอาจมีความประสงค์ที่จะตัดสินค้าหรือบริการออกจากรายการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า หรือปรับปรุงข้อมูลการติดต่อให้ทันสมัย หรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลของตัวแทนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทย หรือแก้ไขคำอ่านแปลของเครื่องหมายการค้า นอกจากนี้ผู้ขอจดทะเบียนยังสามารถยื่นโอนหรืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามรายละเอียดในประเด็นถัดไป

การโอนเครื่องหมายการค้า

คำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยังรอการพิจารณาและที่ได้รับจดทะเบียนแล้ว สามารถโอนหรือส่งต่อทางมรดกไปยังบุคคลอื่นได้ พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าได้วางหลักไว้ให้มีการยื่นแบบคำขอการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าต่อนายทะเบียนเพื่อบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา หนังสือสัญญาโอนสิทธิต้องมีการระบุให้ชัดเจนว่าโอนเครื่องหมายการค้าใด ซึ่งผู้โอนและผู้รับโอนต้องลงลายมือชื่อไว้ด้วย

การอนุญาตให้ใช้สิทธิและการแฟรนไชส์เครื่องหมายการค้า

เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้สิทธิหรือแฟรนไชส์ในเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนไว้แล้วของตนได้ โดยการทำเป็นหนังสือสัญญาและจดทะเบียนหนังสือสัญญาไว้ต่อนายทะเบียน โดยการอนุญาตให้ใช้สิทธิและการแฟรนไชส์เครื่องหมายการค้าในประเทศไทยจะมีข้อกำหนดที่ค่อนข้างเคร่งครัด ตัวอย่างเช่น สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือการแฟรนไชส์เครื่องหมายการค้าต้องมีข้อความระบุไว้ชัดเจนถึงการควบคุมคุณภาพของสินค้าหรือบริการของผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิด้วย